ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้

ไม่ว่าจะลงเอยเช่นไร การชุมนุมของคนเสื้อแดงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมเป็นต้น ได้ช่วยทำให้ฉัน “ตาสว่าง” ในหลายๆ เรื่อง

1. ม็อบ นปช. เป็นม๊อบรับจ้าง?

ในรอบสองสามปีที่ผ่านมานี้ ฉันได้ยินได้ฟังมาโดยตลอดว่าชาวบ้านที่มาชุมนุมกับนปช. ต่างรับเงินมาจากหัวคะแนน คนละห้าร้อยบาทบ้าง พันบาทบ้าง คนพวกนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น อุดมกงอุดมการณ์อะไรก็ไม่มี ใครให้เงินก็มา ดีกว่าอยู่บ้านเปล่าๆ แต่การที่พวกเขามาชุมนุม นอนกลางฟุตบาท กินกลางถนน ท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนระอุของเดือนมีนาคม – เมษายน ได้นานนับเดือนคงต้องมาด้วยอะไรที่มากกว่าเงินเป็นแน่ หากพวกเขาไม่มีใจ ไม่มีความหวัง ความเชื่อในบางสิ่งบางอย่างแล้ว พวกเขาจะอดทนตากแดดตากฝนกันได้ยาวนานเพียงนี้เชียวหรือ ยิ่งพวกที่ยอมเจ็บยอมตายในคืนที่รัฐบาลสั่งให้ทหารเข้าไป “ขอคืนพื้นที่” แล้วยิ่งไม่ต้องสงสัยว่าเลยว่าพวกเขาเป็นเพียงม๊อบรับจ้าง

2. คนเสื้อแดงถูกหลอกใช้?

“ไอ้พวกนี้มันควายทั้งนั้น ถูกไอ้พวกนักการเมืองชั่วมันหลอกใช้” ฉันได้ยินคำพูดทำนองนี้เต็มสองรูหูทั้งในที่ทำงาน ร้านอาหารหรูๆ และตามหน้าหนังสือพิมพ์ บนจอโทรทัศน์ หรือบนเฟซบุ๊ค แต่พอซักไซ้ถามต่อว่าพวกเขาโง่ตรงไหน ถูกหลอกใช้อย่างไร ส่วนใหญ่มักจะตอบกันไม่ค่อยจะได้ ได้แต่เสไปพูดเรื่องนักการเมืองชั่วบ้างล่ะ คนพวกนี้ไม่มีการศึกษาใครพูดอะไรก็เชื่อทั้งนั้น น้อยคนที่จะรู้จริงว่าคนเสื้อแดงคิดและรู้สึกอย่างไร เพียงแต่เห็นว่าพวกเขาเป็นคนบ้านนอกก็ทึกทักเอาเสียแล้วว่าเขาเป็นคนโง่ ยิ่งพวกนักข่าวแล้ว ฉันไม่เคยเห็นพวกเขาไปทำข่าวถามไถ่คนพวกนี้สักคำว่าพวกเขามากันทำไม ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันว่าคนที่บอกว่าคนเสื้อแดงโง่ต่างหากที่โง่บรม วันๆ ได้แต่จำขี้ปากคนอื่นมาพูด รัฐบาลบอกอะไรก็เชื่อฟังเหมือนเด็กว่านอนสอนง่าย

3. สังคมไทย เป็นสังคม “สองมาตรฐาน” ?

ฉันได้ยินคำนี้มาพักใหญ่แล้วเรื่องสองมาตรฐาน แต่ไม่อยากจะปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะยังอยากจะคิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรที่บรรดานักปราชญ์ นักวิชาการผู้ปราดเปรื่อง นักคิด นักเขียน ปัญญาชนผู้มากด้วยวิจารณญาณ แพทย์พยาบาลผู้ได้ชื่อว่าอุทิศตัวเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ คณะกรรมการอิสระผู้ทรงเกียรติและศักดิ์ศรี สื่อมวลชน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ผู้ยึดมั่นในจรรยาบรรณ ตลอดจนศาลผู้สถิตย์ไว้ซึ่งความยุติธรรม จะพากันมีอคติ เลือกที่รัก มักที่ชั่ง ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน ราวกับสั่งซ้ายหัน ขวาหันได้ แต่พฤติกรรมของคนทั้งหลายเหล่านี้ที่มีต่อคนเสื้อแดงในรอบหนึ่งเดือนที่ฉันเฝ้าติดตามดูอยู่นั้น เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาของพวกเขาที่มีต่อพวกคนเสื้อเหลืองที่เคยชุมนุมบนถนน ยึดทำเนียบ และปิดสนามบิน ทำให้ฉันประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า สังคมไทยมีสองมาตรฐานจริงๆ อย่าว่าแต่บรรดาผู้ทรงเกียรติและทรงศักดิ์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เลย แม้แต่ฟ้าก็ยังไม่เป็นใจให้กับคนเสื้อแดงเลย ไหนจะร้อนตับแตก ไหนจะฝนตกมาห่าใหญ่

4. สังคมไทยไม่มีชนชั้น?

สืบเนื่องจากเรื่องสองมาตรฐาน คือเรื่องไพร่กับอำมาตย์ นี่ก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน อย่างที่รู้ๆกันว่าระบบไพร่หมดไปแล้วจากสังคมไทย แต่ “ความเป็นไพร่” “ความเป็นอำมาตย์” หาได้หายสาบสูญตามระบบไพร่ไปด้วย แต่มันยังอยู่และปรากฏตัวอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในการชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้ ปฏิกิริยาของบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ รวมไปถึงพฤติกรรมและท่าทีของบรรดาชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่ดูหมิ่นถิ่นแคลน เหยียดหยาม เยาะเย้ยคนเสื้อแดงทั้งโดยเปิดเผยและในหมู่คณะของพวกเขา (นับเป็นความโชคร้ายอย่างยิ่งที่ฉันก็อยู่ในหมู่คณะของคนเหล่านี้ด้วย) ทำให้ฉันไม่ประหลาดใจ เมื่อคนเสื้อแดงจะประกาศยืนยันความเป็นไพร่ของพวกเขาด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นที่ถูกอกถูกใจคนจำนวนมากทั่วทั้งประเทศที่ถูกทำให้รู้สึกโดยตลอดมาว่าพวกเขาเป็นคนต่ำต้อยไร้ค่าในสายตาของท่านผู้ทรงศีลและมากด้วยภูมิปัญญาในกรุงเทพฯ

ที่ฉันไม่ค่อยจะเข้าใจนักก็คือ บรรดาอภิชน อภิสิทธิ์ชน และชนชั้นกลางในกรุงเทพฯเหล่านี้พูดมาตลอดว่าชาวบ้านคนต่างจังหวัด เป็นพวกโง่เง่า ขายสิทธิ์ ขายเสียง ถึงขนาดนำเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อล้มรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งก็เคยทำมาแล้ว ขณะเดียวกันก็ถือว่าตนเองคือผู้ฉลาดมีปัญญา มีศีลธรรม รู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่าคนต่างจังหวัด พฤติกรรมและวจีกรรมเหล่านี้ก็คือการแบ่งแยกคน แบ่งแยกชนชั้นอย่างโจ่งแจ้ง แต่ครั้นเมื่อคนต่างจังหวัดลุกขึ้นมาประกาศว่า “เออ โง่ก็โง่วะ กูเป็นไพร่ แล้วมึงจะทำไม” บรรดาดัดจริตชนคนกรุงเทพฯ พาลจะเป็นจะตายเสียให้ได้ รีบมาจีบปากจีบคอบอกว่า สังคมไทยไม่มีไพร่ ไม่มีผู้ดี ไม่มีชนชั้น เราอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง มันจะอะไรกันนักกันหนา นี่จะเอามันซะทุกอย่างเลยหรืออย่างไร มือข้างหนึ่งก็ชี้หน้าด่าชาวบ้านว่าโง่ แต่มืออีกข้างก็โบกปัดพัลวัน บอกว่าเราเป็นพี่น้องกัน ชนชั้นไม่มีในสังคมไทย อภิชนและชนชั้นกลางบ้านเรานี้มันไร้น้ำยากันขนาดนี้เลยหรืออย่างไร กล้าทำก็ต้องกล้ารับบ้างจะเป็นไรไป

5. ใครใช้ความรุนแรงก่อนคือผู้แพ้?

เชื่อกันว่า ในการต่อสู้กับรัฐบาลด้วยการชุมนุมประท้วงนั้น ฝ่ายใดใช้ความรุนแรงก่อนจะต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย เหตุการณ์หลายครั้งในประวัติศาสตร์ดูเสมือนว่าจะพิสูจน์สัจธรรมของความเชื่อดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกรณี 14 ตุลาคม 2516 ที่ถนอม ประพาส ณรงค์ ต้องระเห็จออกนอกประเทศเพราะปราบปรามผู้ชุมนุม กรณีพฤษภาทมิฬในปี 2535 ที่สุจินดาจำต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากมีการนำทหารเข้ามาสลายการชุมนุม หรือในกรณี 7 เมษายน 2551 ที่รัฐบาลสมชายถูกประณามอย่างรุนแรงภายหลังเกิดการปะทะกับกลุ่มพธม.

“สัจธรรม” นี้จึงเป็นเสมือนเกราะกำบังที่ทำให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองกล้าเสี่ยงฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่กล้าใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมทางการเมืองเป็นอันขาด แต่การระดมทหารติดอาวุธและยุทโธปกรณ์เต็มอัตราวุธเข้าสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. คือบทพิสูจน์ว่าสัจธรรมที่ว่านี้ไม่มีอยู่จริง แม้จะมีพลเรือนตายนับสิบและบาดเจ็บนับร้อย แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ก็ยังอยู่เป็นปกติดี โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องรับผิดใดๆ แม้แต่คำกล่าว “ขอโทษ” สักคำก็ไม่มี ซ้ำร้ายฝ่ายผู้ชุมนุมกลับถูกกล่าวหาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เข้าให้อีก

ฉันไม่แปลกใจหรือผิดหวังอะไรหรอกที่นายอภิสิทธิ์จะไม่ออกมากล่าวขอโทษหรือยอมรับผิด เพราะรู้เช่นเห็นชาติบุคคลผู้ไร้ยางอายผู้นี้มาตั้งแต่ครั้งที่เขาออกมาเรียกร้องขอนายกพระราชทานแล้ว

แต่ฉันขอสารภาพว่าผิดหวังกับสื่อ องค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรเอ็นจีโอต่างๆ ตลอดจนบรรดาปัญญาชน นักวิชาการ นักสันติวิธี และผู้ต่อต้านความรุนแรงทั้งปวง ที่ต่างพากันวางเฉยไม่ออกมาตำหนิหรือกดดันให้รัฐบาลต้องรับผิดในสิ่งที่กระทำลง ซ้ำร้ายจำนวนมากของคนเหล่านี้กลับออกมาพูดให้ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง ราวกับว่าเหตุการณ์วันที่ 10 เป็นเรื่องของคนสองฝ่ายยกพวกตีกัน ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดฉากส่งทหารติดอาวุธหนักเข้ามาสลายการชุมนุมในยามวิกาลซึ่งผิดหลักสากลอย่างไร้ข้อกังขา ที่เลวทรามยิ่งกว่าคือจำนวนมากของคนเหล่านี้ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับผู้ชุมนุมให้หนักมือยิ่งขึ้น บ้างก็ออกมาป่าวร้องอย่างกระหายเลือดให้ฆ่าผู้ชุมนุมให้หมดไป ภายใต้ข้ออ้างเพื่อความอยู่รอดของชาติ และความผาสุกของคนกรุงเทพฯ และที่ชั่วช้าน่าขยะแขยงที่สุดคือการออกมาใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุมให้เป็น “ผู้ก่อการร้าย” เป็นขบวนการล้มสถาบันหลักของชาติ ไม่ผิดอะไรกับเมื่อการใส่ร้ายนักศึกษาประชาชนก่อนที่เกิดการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

ฉันอยากจะเตือนสติพวกท่านว่า เพียงเพื่อจะอุ้มรัฐบาลนี้กันต่อไป พวกท่านยอมลงทุนทำลายกฎเหล็ก “ใครเริ่มต้นความรุนแรงก่อน เป็นผู้แพ้” อันเป็นเกราะกำบังคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ชุมนุมทางการเมืองจากการใช้ความรุนแรงของรัฐ วันข้างหน้าพวกท่านจะต้องสำนึกเสียใจ เพราะไม่มีใครอยู่ค่ำฟ้า และรัฐบาลนี้ต่อให้ลากยาวไปจนหมดวาระ ก็เชื่อแน่ได้ว่าจะไม่มีวันหวนกลับมาอีกแน่ ฉันจะไม่แปลกใจเลยเมื่อถึงวันนั้นการชำระแค้นในครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นเมื่อพวกท่านระดมคนมาชุมนุมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล ท่านจะเอาอะไรเป็นเกราะกำบังคุ้มครองได้

บัดนี้ฉันได้รู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่าคนที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งเสียกว่าทหารหรือรัฐบาลก็คือบรรดาคนรอบๆตัวฉันนี่เอง คือราษฎรอาวุโส ปราชญ์ ปัญญาชน อาจารย์ตามรั้วมหาวิทยาลัย นักสันติวิธี เอ็นจีโอ สื่อมวลชน และชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ผู้อวดอ้างตนเองมาโดยตลอดว่าเป็นผู้ยึดมั่นในความจริง ฝักใฝ่ประชาธิปไตย เชิดชูคุณธรรมและความเป็นธรรม ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าหัวใจของคนเหล่านี้ทำด้วยอะไร พวกเขาไม่เพียงแต่จะวางเฉยปล่อยให้อำนาจอธรรมย่ำยี่ความจริงเท่านั้น แต่จำนวนมากได้ออกมาสนับสนุนและร่วมมือกระทำการใส่ร้ายและเข่นฆ่าประชาชนได้อย่างเลือดเย็น

ฉันไม่รู้ว่าสำนึกในเรื่องความยุติธรรมและความเป็นคนของพวกเขาได้ตกหล่นสูญหายไปตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าจริงๆแล้วพวกเขาไม่เคยมีสำนึกเหล่านี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ฉันนึกไม่ออกว่าจะมีสังคมใดและชาติใดที่คนเราจะโหดเหี้ยมอำมหิตต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อย่างเลือดเย็นดังที่ฉันได้ประสบในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้

อ้อแล้วก็เลิกพูดเสียทีเถอะว่าทั้งหมดนี้พวกท่านทำไปเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพราะหากชาติที่พวกท่านชอบอ้างกันนักมีหน้าตาดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ฉันต้องขอบอกว่า “ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้”

 

ปรบมือดังๆให้กับบทความที่เสีย

ปรบมือดังๆให้กับบทความที่เสียดสีเสียดแทงความตอแหล ของบรรดาปราชญ์ นักวิชาการ ชนชั้นสูง เซเลบส์ห่าเหวทั้งหลายในเมืองกรุงเสียจริงๆ

ว้าเหว่จริงๆครับ

ว้าเหว่จริงๆครับ

ใครที่มีช่องทางไปอยู่ต่างประเ

ใครที่มีช่องทางไปอยู่ต่างประเทศควรทำได้แล้วและรีบออกจากประเทศเฮงซวยนี้ไป
เพราะประเทศนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว สงครามครั้งนี้มันจะเป็นสงครามซึ่งหน้าครั้งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสลายไปคุกรุ่นอยู่ในใจ ต่อไปพัฒนพงศ์ หรือ นานา อาจไม่มีทหารถืออาวุธจริง(ที่คนจ่ายภาษีไปให้มันซื้อมายิงประชาชนตัวเองแทนที่จะเป็นศัตรูของชาติ) แต่จะมีระเบิดป่วนเมืองไม่ต่างกับสามจังหวัดภาคใต้ ประเทศนี้จะมีข่าวว่ารัฐมนตรีถูกต่อยเมื่อไปทำงานต่างจังหวัดขึ้นหนังสือพิมพ์ทุกวันจนแย่งข่าวหมาสามขา ต้นไม้ออกลูกเป็นมักรีผล (ซึ่งบัดนี้ก็เริ่มมีแล้ว) หรือมีข่าวว่าผู้สื่อข่าวที่เอียงเป็นเอี้ยไปต่างจังหวัดไม่ได้แม่ค้าไม่ขายของให้ หรือถูกถุยน้ำลายใส่ แล้วต่อไปคิดหรือว่าผัวฝรั่งชั่วคราวของบรรดาสาวรูดเสาที่พัฒนพงศ์จะมาหาเหมือนเดิมเมื่อครั้งบ้านเมืองดีอีกหรือ
ไม่มีการชุมนุมใดที่ไม่มีการต่อรองจนต่างฝ่ายต่างได้อะไรที่ตนพอใจ ทุกคนต้องยอมเสีย เราเห็นไอ้ทรราชย์ฟันน้ำนมมันยอมเสียอะไรบ้างหรือ ไอ้พวกนักธุรกิจที่เสียหายมันเตรียมขอเงินช่วยเหลือ พวกนี้มันก็เอาเงินภาษีประชาชนไปชดเชยให้มันถามหน่อยแล้วมันเสียอะไรกับไอ้รัฐบาลที่บริหารไม่ได้ รัฐสภาที่ประชุมไม่ได้ ส.ส.รัฐบาลถึอปืน m16 คุ้มกันรองนายกฯไปขึ้น ฮ. ออกจากสภา
ขณะที่คนมาขอให้มึงยุบสภา (ประชาธิปไตยไม่ต้องตอแหลนะว่าไม่ใช่การเลือกตั้ง ถ้างั้นจะเลือกกันทำ...อะไรทั่วโลก) มึงก็เสือกไปยิงเขาตายไปเกือบ 20 คน บาดเจ็บเกือบพัน
นี่คือภาพที่เขาอยากให้เห็น พวกไพร่เลวอัพเกรด พวกไพร่ชั้นกลางอัพเกรด ออกมาชนกับไพร่แดงตัวพ่อ ตายกันฝ่ายละ 20-30 คนพวกมันก็ไม่เป็นไรจะได้หาเหตุอ้างไปฆ่าไพร่แดงได้อีกหลายพัน และคิดว่าเขาจะยอมมึงกันงั้นเหรอ
นี่คือแนวคิดของคนที่ใกล้จะเป็นชั้นกลางที่ไม่อดทน ไม่คิดรอบด้าน
มีอะไรมากระทบกับเศรษฐกิจการครองชีพของตนแม้เพียงนิดเดียวก็รู้สึกว่าถูกละเมิด แต่ขณะเดียวกันก็ละเมิดคนอื่นได้ไม่เป็นไรเพราะมันเป็นคนชั้นต่ำกว่า ก็ต้องเฉลี่ยกันไปไงกูก็โดนไอ้พวกข้างบนเอาเปรียบมาเหมือนกันนี่หว่า ดังนั้นตรรกะนี้จึงคิดว่า พวกมึงตายเสียไม่เป็นไรไพร่เลวๆที่ถูกเหลี่ยมจ้างมา แต่ถ้าพวกกูตายบ้างเรื่องใหญ่เพราะกูรักษาสถาบัน เสร็จแล้วก็มานั่งภูมิฐานที่สตาร์บัคส์เล่าข่าวที่ได้มาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ทั่วโลกเขาจัดให้เป็นแหล่งข่าวชั้นเลวที่มีความจริงต่ำกว่า 10% แต่พวกนี้ภาคภูมิว่ากูรู้ข่าวที่ไพร่ไม่รู้เพราะมันเปิดอีเมล์ไม่เป็น มานั่งพูดนั่งคุยกันใหญ่ทั้งๆที่มึง
นะควายตัวพ่อ ค้นคว้าก็ไม่เป็น หาข้อมูลมาคิดเปรียบเทียบก็ไม่ได้แล้วก็เอาข่าวลือมาพูดกันเป็นตุเป็นตะ แต่ข่าวจริงมึงกลับเหนียม ๆ แล้วบอกว่าเป็นเรื่องของเจ้าของนายเราไม่เกี่ยว ตั้งหน้าตั้งตาแต่หาเงินมาบำบัดความใคร่ตัวเองหวังอัพเกรพให้เป็นชนชั้นกลาง ถึงไฮโซ ให้ได้ เขาใช้อะไรกูก็ต้องไปหาตังค์มาซื้อกระเป๋าใบเป็นหมื่น ๆ มาใช้มั่ง แล้วมองค่าคนรุ่นพ่อ แม่ คนบ้านนอกว่าเขาจ้างมา สาดเอ้ย
และถามว่าคนที่บงการอยู่ข้างหลังเขาก็รู้ มึงจะปิดราชประสงค์ สีลม ไอ้พวกไพร่อัพเกรดเหล่านี้แหละที่กูจะปั่นมันให้ออกมาตีกับไพร่แดง และแผนมันก็ใกล้เป็นจริงแล้วอย่างที่คุณเห็น

ใคร่จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่

ใคร่จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่

ผมก็เป็นแดงกรุงเทพ ฯ คนหนึ่ง ที่เรียนมาก็ไม่น้อยกว่าคนที่พูดแน่นนอนทั้งที่เป็นหมอ โดยเรียนจบจากมหาวิทยาลัยระดับ top ของประเทศนี้เช่นกัน และก็มีเงินเพียงพอเลียงดูลูก 2 คน ให้เรียนระดับปริญญาใน และภรรยา 1 คน โดยที่เขาไม่ต้องทำงาน อย่างสบาย

คุณจะบอกว่าคนที่มาชุมนุมไม่ได

คุณจะบอกว่าคนที่มาชุมนุมไม่ได้จ้างมาเหรอ?

มาด้วยใจ?

คนต่างจังหวัดไม่เคยขายเสียง?

ไม่ได้เป็นทาสของการปลุกระดมว่างั้น?

คุณเขียนไห้พวกเดียวกันอ่าน คงปรบมือแปะๆๆๆๆๆๆ

ถ้าคุณนั่งในห้อง แอร์เย็นๆ แล้วเขียนบทความนี้ อย่าสะเออะมาทำเป็นรู้ดี

เคยสำผัสบรรยากาสการเมืองท้องถิ่นรึเปล่า

คุณเคยสำผัสคืนหมาหอนรึเปล่า

เคยเห็นซองขาวๆ มีแบ๊งค์ข้างใหน พร้อมบัตรแนะนำตัวมั้ย

เคยถามชาวบ้านมั้ย ว่าเค้าซื้อเสียง ทำไมยังเลือกเค้า?

อ่านดูแล้ว คุณคงไม่เคยได้สำผัสด้วยซ้ำ

นึกเอง เขียนเอง ครื้นเครงในกะลา

หรือไม่ก็ พยายามเขียนออกมา เพื่อไห้คนอ่านรู้สึกไม่ดีต่อระบบ หรือภาครัฐ

ทั้งๆ ที่จริงแล้ว คุณรู้เต็มอก ว่าอะไร เป็นอะไร

นักเขียนประชาไทเนี่ย เป็นพวก

นักเขียนประชาไทเนี่ย เป็นพวก loser ทั้งนั้นใช่มั้ย

เขียนออกมาเหมือนมีปมด้อยสุดๆ ท่าทางจะต้องการ การยอมรับทางสังคมอย่างสูงเลยสินะ

รอชาติหน้า ...เร็วๆนี้

รอชาติหน้า
...เร็วๆนี้

ไรเดียงสาจริงๆ

ไรเดียงสาจริงๆ (visitor)

สงสัยจะจมอยู่กะอดีตมากไปหน่อยมั้ง....

เป็นบทความที่มองมาจากมุมเดียว

เป็นบทความที่มองมาจากมุมเดียวจริงๆ หาความคิดที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้นไม่มีเลย มองแต่มุมที่จะทำให้คนแตกแยกมากขึ้น
ยังมีอีกหลายด้านนักที่คุณไม่เคยมองและคิดจะมอง
เราไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี หรือเสื้อใดๆ
เหตุการณ์ไหน ใครทำผิดก็ว่าไปตา่มผิด
การที่ออกมาเขียนบทความ สุมไฟใ้ห้กับชาติที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้ว ให้แย่มากขึ้น มองอยู่แค่ฝ่ายของตนเองเพียงด้านเดียว มันก็แค่ความสะใจใช่มั้ย
หัวข้อของบทความนี้ คงไม่ใช่ "ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้" แต่ควรจะเป็น "ชาตินี้ หรือชาติหน้า ฉันก็ไม่เคยคิดจะรักคุณ"

เป็นบทความที่มองมาจากมุมเดียว

เป็นบทความที่มองมาจากมุมเดียวจริงๆ หาความคิดที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้นไม่มีเลย มองแต่มุมที่จะทำให้คนแตกแยกมากขึ้น
ยังมีอีกหลายด้านนักที่คุณไม่เคยมองและคิดจะมอง
เราไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี หรือเสื้อใดๆ
เหตุการณ์ไหน ใครทำผิดก็ว่าไปตา่มผิด
การที่ออกมาเขียนบทความ สุมไฟใ้ห้กับชาติที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้ว ให้แย่มากขึ้น มองอยู่แค่ฝ่ายของตนเองเพียงด้านเดียว มันก็แค่ความสะใจใช่มั้ย
หัวข้อของบทความนี้ คงไม่ใช่ "ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้" แต่ควรจะเป็น "ชาตินี้ หรือชาติหน้า ฉันก็ไม่เคยคิดจะรักคุณ"

เป็นบทความที่ตรงใจมากๆ

เป็นบทความที่ตรงใจมากๆ

ถ้าจะให้ดี

ถ้าจะให้ดี ทำไมคนเขียนบทความนี้ ไม่ขยายความเพิ่มเติมหละ ว่าเสื้อแดงออกมาทำไม มีเหตุผลอะไร ต้องการอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้ เพื่อให้คนที่เค้าไม่สนับสนุนเสื้อแดง ได้เข้าใจในผู้ชุมนุมมากขึ้น แทนที่จะออกมากล่าวว่ากันไปต่างๆนานา
แทนที่จะเขียนบทความเสียดสีกระแหนะกระแหน เอาความรู้ความเข้าใจ มาแบ่งปันกันจะดีกว่ามั้ย
บางทีอาจจะเปลี่ยนใจคนที่เคยด่าว่าผู้ชุมนุมก็ได้ แต่มาเขียนบทความแบบนี้ มีแต่ทำให้แตกแยกมากขึ้น ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

เป็นบทความที่ตรงใจมากๆค่ะ

เป็นบทความที่ตรงใจมากๆค่ะ ขอคารวะ

Anonymous

Anonymous

แล้วเสื้อเหลืองออกมาทำไม

อย่าบอกว่าออกมาไล่ทักษิณนะ เพราะลึกๆ เรื่องจริงคุณก็รู้ว่าทำไม

ฉันใดฉันนั้น ถ้าไม่รู้ก็จงโง่ต่อไป แน่ะๆ เขาออกบนหัวละ ไปกินโกเต็กส์ซะไป ชิ้วๆ

ซึ่งครับ ผมเกิดอยู่บ้านนอก

ซึ่งครับ ผมเกิดอยู่บ้านนอก เห็นหมดแหละ ดีไม่ดี บอกได้เลย คนบ้านนอก are smarter than what royalist thinks
เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันเก็บกดมานาน เกือบจะแตกแล้วนะคุณroyalistทั้งหลาย
ส่วนตัวผมเองมี experienced มาหมดแหละ ตั้งแต่เลี้ยง waterbuffalos ทํานา ทําไร้ รับจ้างบ้าง เออ...ผมยิงหนูเก่งดัวยเด้ด...
แต่เดี่ยวนี้มีธุระกิจเป็นของตัวเองครับ...รวยกว่าพวกroyalistส่วนมากซะดัวย...
แต่ผมไม่ควยลืม - แม้แต่วินาทีเดียว - ว่าผมมาจากใหนและอยูในกลุ่มได(แดงตั้งแต่เกิด). ใส่เสื่อแดงตั่งแต่ the beginning ไม่เปลี่ยน
เสื้อเป็นสีอื่นเหมือนคนบางกลุ่ม...
มีแต่พวก ignorence แหล่ะที่ไม่เปิดหูเปิดตามองโลกในแง้กว้าง. นี้มันไม่ใช่1992แล้ว มัน2010.

:) อ่านความเห็นคุณ fringe

:)

อ่านความเห็นคุณ fringe คลายเครียด

อิอิ..

Fringe

Fringe (visitor)
คุณบอกว่าคุณรวยกว่าroyalist

นั่นแสดงว่า แม้เกิดอยุ่บ้านนอกก็สามารถสร้างฐานะได้จริงมั้ย?

แล้วมัน 2 มาตรฐานตรงใหน?

คนเมืองดีกว่าคนบ้านนอกตรงใหน? ทำไมคุณรวยได้

แค่ความคิดคุณมันก็ขัดแย้งในตัวแล้ว ใครไปกดคุณ? ใครเอาเปรียบคุณ?

ทำเป็นโพสต์โชว์ ภาษาไทยคำ อังกฤษคำ แล้วบอกว่าไม่ลืมว่าตัวเองมาจากใหน

ถุ๊ย!!

ทำไมไม่โพสต์ภาษาอังกฤษหมดเลย จะได้รู้ว่ารักบ้านเกิด

บางทีคุณมันก็แค่เด็กแว๊นซ์ในร้านเน็ต ที่บังเอิญรอเพื่อนเล่นดอทเอ แล้วหาอะไรเกรียน สร้างภาพตามเวบว่าตัวเองเป็นแบบนั้นแบบนี้

เมื่อสมหญิงปรารถขึ้นมาว่า

เมื่อสมหญิงปรารถขึ้นมาว่า ชาติ(ไทย)นี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้

ผมก็อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำสมหญิงเสียหน่อยว่า

ชาติจีนที่บรรพบุรุษแซ่เบ๊ของสมหญิง อพยพหนีตายเข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทยนี้ ปัจจุบันได้ใช้กระบวนการแทบทุกประการที่สมหญิงไม่เห็นด้วย พัฒนาประเทศชาติของเขาจนเป็นมหาอำนาจของโลกแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพาสักกระพีกของคำว่าประชาธิปตัยอันเป็นที่โปรดปรานของสมหญิง

ชาติไทยที่สมหญิงไม่อยากจะรักนั้น จะไม่รู้สืกสูญเสียอะไรเลย ถ้าสมหญิงจะสวนทางบรรพบุรุษแซ่เบ๊อพยพกลับไปสู่ แผ่นดินเกิดอันยิ่งใหญ่ของชนเผ่าฮั่น

หากชาติจีน จริตของสมหญิงยังรับไม่ได้ ชาติ...หน้าก็ยังมีนะครับ

เลือกเอาสักอย่างแล้วรีบอพยพไปซะ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง...

ต่อสภาพจิตของสมหญิงเอง.........

Couldn't agree anymore. GO GO

Couldn't agree anymore.

GO GO Red Shirt!!!!!!!!!

นี่แหละคือความแตกแยกที่ร้าวลึ

นี่แหละคือความแตกแยกที่ร้าวลึก จริงๆ

ไม่มีทางออก ไม่มีทางจบ

ไม่มีทางออก ไม่มีทางจบ ยังไงก็ฆ่ากันแน่ๆ ถ้าไม่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก็แยกประเทศ เพราะเชือกที่มันเป็นปมแก้ไม่มีวันได้ ยังไงก็ต้องตัด ตัดแล้วก็แยกกันไปเลยเป็นเชือก 2 เส้น เอามาผูกติดกันอีก มันก็กลายเป็นปมขึ้นมาอีก

บางกอก

บางกอก wrote:
เมื่อสมหญิงปรารถขึ้นมาว่า ชาติ(ไทย)นี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้

ผมก็อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำสมหญิงเสียหน่อยว่า

ชาติจีนที่บรรพบุรุษแซ่เบ๊ของสมหญิง อพยพหนีตายเข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทยนี้ ปัจจุบันได้ใช้กระบวนการแทบทุกประการที่สมหญิงไม่เห็นด้วย พัฒนาประเทศชาติของเขาจนเป็นมหาอำนาจของโลกแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพาสักกระพีกของคำว่าประชาธิปตัยอันเป็นที่โปรดปรานของสมหญิง

ชาติไทยที่สมหญิงไม่อยากจะรักนั้น จะไม่รู้สืกสูญเสียอะไรเลย ถ้าสมหญิงจะสวนทางบรรพบุรุษแซ่เบ๊อพยพกลับไปสู่ แผ่นดินเกิดอันยิ่งใหญ่ของชนเผ่าฮั่น

หากชาติจีน จริตของสมหญิงยังรับไม่ได้ ชาติ...หน้าก็ยังมีนะครับ

เลือกเอาสักอย่างแล้วรีบอพยพไปซะ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง...

ต่อสภาพจิตของสมหญิงเอง.........

ประทานโทษคุณบางกอกนามสกุลอะไร???
เป็นไทยแท้แน่รึเปล่า???
แอบซ่อนตัวอยู่พร่ำพูด"เห่าหอน"อยู่แค่ความเห็นท้ายบทความ
ชื่อเสียงก็ไม่กล้าแสดง....

เหยียดเชื้อชาติ สถุลย์ขนานแท้..!!!

บางกอก

บางกอก wrote:
เมื่อสมหญิงปรารถขึ้นมาว่า ชาติ(ไทย)นี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้

ผมก็อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำสมหญิงเสียหน่อยว่า

ชาติจีนที่บรรพบุรุษแซ่เบ๊ของสมหญิง อพยพหนีตายเข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทยนี้ ปัจจุบันได้ใช้กระบวนการแทบทุกประการที่สมหญิงไม่เห็นด้วย พัฒนาประเทศชาติของเขาจนเป็นมหาอำนาจของโลกแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพาสักกระพีกของคำว่าประชาธิปตัยอันเป็นที่โปรดปรานของสมหญิง

ชาติไทยที่สมหญิงไม่อยากจะรักนั้น จะไม่รู้สืกสูญเสียอะไรเลย ถ้าสมหญิงจะสวนทางบรรพบุรุษแซ่เบ๊อพยพกลับไปสู่ แผ่นดินเกิดอันยิ่งใหญ่ของชนเผ่าฮั่น

หากชาติจีน จริตของสมหญิงยังรับไม่ได้ ชาติ...หน้าก็ยังมีนะครับ

เลือกเอาสักอย่างแล้วรีบอพยพไปซะ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง...

ต่อสภาพจิตของสมหญิงเอง.........

ประทานโทษคุณบางกอกนามสกุลอะไร???
เป็นไทยแท้แน่รึเปล่า???
แอบซ่อนตัวอยู่พร่ำพูด"เห่าหอน"อยู่แค่ความเห็นท้ายบทความ
ชื่อเสียงก็ไม่กล้าแสดง....

เหยียดเชื้อชาติ สถุลย์ขนานแท้..!!!

แก้ได้ ต้องเอาผิดสื่อASTV นี่

แก้ได้
ต้องเอาผิดสื่อASTV
นี่เป็นสื่อที่เลวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
อย่าไปโทดสื่ออื่น
มันเลวมาตั้งแต่ปี2548แล้ว สื่อแดงเพิ่งเกิดทีหลัง
สร้างควายเหลืองเต็มไปหมด

ปรบมือให้กับบทความตาสว่างแห่ง

ปรบมือให้กับบทความตาสว่างแห่งปีครับ
ผมว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนตาส่วางกันหมดแล้ว
ไม่เพียงเฉพาะคนรากหญ้า แต่รวมหมออย่างผมด้วย
ผมว่าหมอไม่ได้เป็นเหลืองกันทุกคน และน่าจะเป็นแดงมากกว่าเหลืองด้วย
เพียงแต่หมอที่เหลืองมันจะแหกปากเก่งครับ ซึ่งทำให้จริยธรรมของวิชาชีพมัวหมอง
แต่หมอแดงส่วนใหญ่จะบุคลิกนุ่มนวล ประนีประนอมกว่าเยอะ และไม่แหกปาก ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นข้อเสียของหมอแดงครับ

คุณสมหญิงพูดเป็นสิ่งที่เกิดขึ

คุณสมหญิงพูดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมของเรา ประเทศไทยเรา ที่คุณบางคนในที่นี้ไม่เห็นด้วยอย่างเช่น คนบ้านนอกขายเสียง มันก็มีส่วนจริง คืนหมาหอนมีจริง แต่อาจไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจทั้งหมด คุณต้องไปศึกษาตรงนั้นให้มากกว่านี้ อย่าเพิ่งรีบนำมาสรุป นี่คือเหตุหนึ่งที่พวกคุณนำมาเป็นข้ออ้างที่ย้ำให้ลดเครดิตการชุมนุมของชาวชนบทเสื้อแดง นอกจากเรื่องฮิตสุดคือล้มเจ้า ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับคนไทยส่วนใหญ่อยู่ มีการfwmail ส่งบทสนทนาในเวปของบางคนที่พูดหยาบคายถึงในหลวง(พวกนั้นก็ไม่ควรพูดหยาบคาย แต่พวกที่เขาสุภาพและมีเหตุผลเขาก็มีเยอะ สร้างสรรค์) เพื่อทำให้คนเกลียดเสื้อแดง เพราะมันอยู่ในเวปที่คนเสื้อแดงใช้ส่วนใหญ่ อันนี้ได้ผลเด็ดสุดเรียกมวลชนมาอยู่ฝั่งตนเองได้มากพอดู (ใช้ได้กับคนที่ไม่ได้หาข้อมูลมากพอ) ที่จริงคนที่เขาพูดเรื่องเจ้าก็เพราะเขาอึดอัดใจ ถ้าคนนำเสนอดีแบบเปิดใจก็จะรู้ว่าเขามีเจตนาดีมากกว่า เพราะมันสำคัญมากให้ทันโลกไร้พรมแดน (ให้เหมือนอังกฤษ ญี่ปุ่น ระบบมันก็ยังอยู่ได้และประเทศเจริญมากด้วย) ก็ไปบิดเบือนซะจนดูเลวร้ายเหลือเกิน แล้วก็นำมาใช้ต่ออย่างที่เห็นๆ วกมาเรื่องขายเสียงต่อ การขายเสียงมีทุกระดับชั้น ทั้งชนบทและในเมืองและในกรุงเทพฯด้วย แต่มีวิธีการซื้อจ่ายและรูปแบบที่แตกต่างออกไป สำหรับเรื่องนี้คงต้องยกเว้นใช้ไม่ได้แล้วก้บการชุมนุมราชประสงค์ มันก้าวผ่านมาแล้ว มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นแล้วตอนนี้ คำตอบมันอยู่ที่บทความข้างบนนั่นเอง ต่อแต่นี้ไป เราหวังว่าเมืองไทยจะสงบ ขอให้ความหวังของเราเป็นจริง

โง่จริง โลกนี้มีอะไรบริสุทธิ

โง่จริง โลกนี้มีอะไรบริสุทธิ คุณทำงานในอาชีพคุณ บริสุทธิ 100 % หรือ มักจะมีคนที่ทำตัวเองได้ไม่ดี แต่เรียกร้องบนฐานความบริสุทธิ ตลก อย่างน้อยก็ต้องมีซักเรื่องสิน่า ที่มันไม่บริสุทธิ ซักเรื่อง ต้องมี

ถ้ามีอย่างน้อยซักเรื่องคุณก็เสียไปแล้วจากที่คุณด่าชาวบ้านรับเงิน

ผมได้ยินสิ่งนี้วนเวียนมานานแล้วเรื่องรับเงินเลือกตั้ง จนคิดว่าแก้ไขปัญหาไม่ได้แล้ว และมองผิดทาง

ทำไมไม่มองที่นโยบาย เรื่องการกระจายรายได้ ทำให้คนพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองได้ และในที่สุดก็ไม่ต้องสนใจการซื้อเสียง

ผมว่าคุณหนะโง่ที่ติดอยู่เรื่องนี้

.............................

.....................................ทหารใครไปสีลม.................................

………………………………………………..๑................................

.........ทหารไทยไปรักษาธนาคาร.............ดูแลย่านทุนนิยมสมเหตุผล

ธนาคารคนไทยเชื้อสายจน......................ด้วยข่าวคนเสื้อแดงแต่งทัพมา

ธนาคารสถานนี้ที่เก็บเงิน.........................แต่เพลิดเพลินพลัดหลงเข้าดงป่า

เขาสอยดาวจึงฉาวโฉ่โอฬารตา...................ดาริกากระจ่างสว่างดง

ฝูงหิ่งห้อยน้อย ๆ ลอยละลิบ.....................พลันถูกถีบด้วยรถไถพลัดใหลหลง

ไม้ไร่เล็กใหญ่น้อยร่อยหรอลง........................ด้วยเงินส่งจากสีลมไปชมดาว.....

ได้เวลามาเกิดสนามกอล์ฟ............................โรงแรมกอบกำเงินเกินจะกล่าว

แล้วเชิญป๋ามาเปิดเชิดให้ยาว........................อีกหนึ่งก้าวชาวสีลมสมดั่งใจ

...........................................๒................................

.........ทหารไทยไปสีลมไปชมสี....................อาวุธมีปืนผาเตรียมมาใส่

ทหารแห่งประชาจำหน้าไว้...........................ประชาไหนให้ชัดวัดใจมา

ประชาชนจนยากมีขวากหนาม.......................ถูกเหยียดหยามความคิดว่ามิจฉา

ข้อเรียกร้องของเสื้อแดงแจ้งว่า......................ยุบสภากลับมาใหม่ให้ชัดเจน

.........เมื่อนายกเข้ามาไม่สง่างาม...................ถูกกล่าวหยามศักดิ์ศรีว่ามีเส้น

คนมีสีมีอาวุธมุดหลืบเร้น............................นี่หรือเป็นประชาธิปไตยพูดไปกัน...

ยุบสภาไปหาประชาชน..................................ความสับสนตัดสินสิ้นที่นั่น

กติกาคูหากาใครกัน.....................................ใครมุ่งมั่นนโยบายไปฉายมา

ไยต้องมาฆ่ากันในวันนี้.............................คือหนองฝีจากอ็อกซฟอร์ดบอดใบ้บ้า

ไม่เห็นมั้งอังกฤษยุบสภา................................อนิจจามาไทยไยยากเย็น

.........ประชาธิปไตยไทยติดหล่ม....................เพราะอาคมของหมอผีที่เห็น ๆ

ลิ้มโกเต๊กเล็กใหญ่ใช้ซับเมนส์.........................ใช่เล่น ๆ ระยำอำมหิตยา.........

อังกฤษยุบสภามาดีเบต.................................ความวิเศษเหตุผลพ้นมิจฉา

สัมมาทิฐิผลิออกมา..........................เป็นประชาธิปไตยไพร่กลับพลัน..........

บอกแล้วว่าคนชั้นนำอย่างพวกเรา

บอกแล้วว่าคนชั้นนำอย่างพวกเราใจร้ายค่ะ นิสัยเสียมองว่าคนชนบทโง่ จนเจ็บ เคยปรารภว่า พวกเขาแค่คิดไม่เหมือนเรา ดิฉันก็ถูกเพือนด่าซะไฟออกปากเลย...จนดิฉันเดินหนีไม่พูดด้วย นอกจากคิดว่า คนชั้นนำด้านการศึกษาอย่างพวกเราทำไมปากคอยิ่งกว่า....อีก คำก็ด่าพวกแดงว่าควายๆๆ ไม่ควายเปล่าๆ ควายสถุนอีก ดิฉันว่าพวกเรานี้แหละตลบแตลงที่สุด วาจาก็หยาบคาย จิตใจก็ต่ำแลมืดบอด ...ดิฉันขอลาออกจากชนชั้นของตนแล้ว...เป็นไพร่ที่จิตใจสูง และไม่หยาบคายดีกว่า
Dr. Pa

ผมสนใจประเด็นเรืองการซื้อเสีย

ผมสนใจประเด็นเรืองการซื้อเสียงมากเลยครับ เราจะทำอย่างไรถึงจะกำจัดมันให้หมดไปได้ครับเพื่อการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมจะได้เกิดขึ้นมาอย่างแท้จริง

An excellent artile. It's

An excellent artile. It's ridiculous that educated people brand the red shirts as those who don't understand democracy like them. The red shirts are accused of being hired and lacking political ideology.
Actually, they understand well and have political ideology though they have not obtained higher education like those who look down on them. They come out to fight for true democracy that was robbed by good-looking politicians who lack political ideology as they do all means, even support a coup, to come to power.

ขอปรบมือดังๆให้กับบทความนี้คร

ขอปรบมือดังๆให้กับบทความนี้ครับ เห็นด้วยอย่างที่สุด

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน